มะม่วงกับมะเร็ง

                                             ผลไม้ไทยต้านภัยมะเร็ง 

           ผลไม้ไทยมีการหมุนเวียนออกมาให้ได้กินตลอดทั้งปี และแต่ละชนิดมีสีสันที่แตกต่างกันไป ซึ่งผลไม้นอกจากเป็นแหล่งของน้ำ เกลือแร่และวิตามินต่างๆแล้วยังเป็นแหล่งของสารต้านอนมูลอิสระอีกด้วย
                                                                 อนุมูลอิสระ            

                เกิดจากโมเลกุลหรืออะตอมที่ไม่เสถียรหรือไม่คงที่    เนื่องจากการขาดอิเล็กตรอนไป 1 ตัว        ซึ่งโดยปกติร่างกายของคนเราจะมีโมเลกุล   หรืออะตอมที่มีอิเล็กตรอนอยู่เป็นจำนวนคู่ (พันธะคู่)       การที่ร่างกายมีการสูญเสียอิเล็กตรอนจากการถูกอนุมูลอิสระแย่งจับ จะทำให้โมเลกูลของเซลล์ในร่างกายไม่เสถียรเกิดความไม่สมดุล     ทำให้เซลล์ในร่างกายเสียหายได้จากอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์และนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ       เช่น โรคมะเร็ง    โรคหัวใจและหลอดเดลือด      ต้อกระจกหรือการเสื่อมของดวงตาก่อนวัย แต่ถ้าร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเพียงพอ  สารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปจับอนุมูลอิสระแล้วนำไปทิ้งนอกเซลล์ทำให้เซลล์ไม่ถูกทำลาย
               ดังนั้นเราต้องได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเติมจากอาหาร เช่น  วิตามินซี  บีต้าแคโรทีน  ไลโคฟีน  ซีแซนทีนและลูทีน แอนโทไซยานิดิน ซึ่งอยู่ในผลไม้

                                              มะม่วงกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

                 แมงจิเฟอริน เป็นแซนโทนไกลโคไซด์พบมากในใบอ่อน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงการที่ภูมิปัญญาไทยกินใบมะม่วงอ่อนจิ้มน้ำพริกจะได้สารต้านอนุมูลอิสระนี้มาก นอกจากนี้เนื้อผลมะม่วงยังอุดมด้วยเบต้าแคโรทีน โพลีฟีนอลเควอร์เซดินและไกลโคไซด์แอสตร้าเกลิน สารเหล่านี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สารอนุมุลอิสระเป็นกลางลดความเสียหายต่อเซลล์จากสารอนุมูลอิสระลดความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจ มะเร็ง สภาวะแก่ก่อนวัยและโรคแห่งความเสื่อมของร่างกายต่างๆ

                                         มะม่วงลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง

                 นอกจากเนื้อผลมะม่วงจะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระแล้วยังพบรายงานว่า เนื้อผลมะม่วงมีเส้นใยละลายน้ำที่เรียกแพกตินในปริมาณสูงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารและลดปริมาณคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดด้วย
                     ปีพ.ศ. 2551 นักวิจัยมหาวิทยาลัยมัทดราส ประเทศอินเดีย กระตุ้นให้หนูเป็นมะเร็งปอดด้วยเบนโซ(เอ)ไพรีน หนูที่ได้รับสารดังกล่าวมีการทำงานของเอนไซด์อิเล็กตรอนทรานสปอตและTCA Cycle ลดลงส่วนหนูที่ได้รับแมงจิเฟอรินก่อนการให้สารก่อมะเร็งหรือได้รับแมงจิเฟอรินหลังได้รับสารมะเร็งเป็นเวลา 18 สัปดาห์ มีการทำงานของเอนไซด์เหล่านั้นที่เป็นปกติเหมือนกลุ่มสัตว์ทดลองที่ไม่เป็นมะเร็ง ทำให้เห็นว่าแมงจิเฟอรินมีฤทธิ์ป้องกันและรักษามะเร็ง
(ที่มา:  หมอชาวบ้าน เรื่อง มะม่วงผลไม้ก็เป็นยา ปีที่ 31 ฉบับที่ 361 พฤษภาคม 2552)      

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s